THE AUDACITY ADVANTAGE
เสร่อศาสตร์
The Audacity Advantage
ศาสตร์แห่งการกล้าเข้าไปอยู่ในพื้นที่ของโอกาส
ก่อนที่จะมีใครออกบัตรเชิญให้เรา
“โลกไม่ได้ให้รางวัลกับคนที่เก่งที่สุด
แต่ให้รางวัลกับคนที่กล้าให้โลกเห็นว่าตัวเองเก่ง”
บทนำ
ก่อนจะหาว่าหนังสือเล่มนี้สอนให้คนไร้มารยาท
ผมอยากให้คุณลองนึกถึงคนสองคนที่คุณรู้จัก
คนแรก เก่งจริง ทำงานดีจริง ละเอียด รับผิดชอบ ใครมอบงานให้ก็วางใจได้ แต่เขาเป็นคนเงียบ ไม่ค่อยพูดในที่ประชุม ไม่เคยเล่าว่าตัวเองทำอะไรสำเร็จ เวลามีโปรเจกต์ใหญ่ เขามักเป็นคนทำงานหนักที่สุดในทีม แต่ไม่ใช่คนที่ได้ขึ้นไปนำเสนอ ไม่ใช่คนที่เจ้านายนึกถึงตอนจะเลื่อนตำแหน่ง
คนที่สอง เก่งพอใช้ ไม่ได้เก่งเท่าคนแรก แต่เขากล้าพูด กล้าเสนอ กล้ายกมือ กล้าเดินเข้าไปทักคนที่ตำแหน่งสูงกว่า กล้าบอกว่า เดี๋ยวผมลองทำให้ดูได้ไหมครับ ทั้งที่ยังไม่เคยทำ
ผ่านไปห้าปี
คนที่สองได้เลื่อนตำแหน่ง ได้โปรเจกต์ใหญ่ ได้เงินเดือนที่มากกว่า และมักถูกพูดถึงในฐานะ ดาวรุ่ง ขององค์กร
ส่วนคนแรก ยังนั่งอยู่ที่เดิม ยังทำงานหนักเหมือนเดิม และเริ่มขมขื่นกับความจริงข้อหนึ่งที่ไม่มีใครสอนเขาตอนเรียน
โลกไม่ได้ให้รางวัลกับคนที่เก่งที่สุด แต่ให้รางวัลกับคนที่กล้าให้โลกเห็นว่าตัวเองเก่ง
ถ้าคุณเคยเป็น คนแรก หรือกำลังรู้สึกว่าตัวเองเป็นอยู่ตอนนี้ หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นเพื่อคุณ
และถ้าคุณกำลังคิดว่า เฮ้ย นี่มันหนังสือสอนให้หน้าด้านนี่หว่า ใจเย็นครับ ยังไม่ต้องปิดหนังสือแล้วไปขอเงินคืน อ่านหัวข้อถัดไปก่อน แล้วค่อยตัดสินผมก็ยังไม่สาย (ถ้าจะด่า ขอให้ด่าแบบมีข้อมูลนะครับ เสร่อศาสตร์ที่ดีต้องมีหลักฐานประกอบเสมอ)
นิยามใหม่ของคำว่า เสร่อ
ก่อนอื่น เราต้องเคลียร์คำนี้กันให้ชัด เพราะคำว่า เสร่อ ในภาษาไทยมันมีกลิ่นเชิงลบติดอยู่
พอพูดคำนี้ หลายคนจะนึกถึงคนที่แย่งพูด คนที่ล้ำเส้น คนที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน คนที่ยกมือถามคำถามยาวเหยียดในงานสัมมนาเพียงเพื่อให้ตัวเองดูฉลาด คนที่โพสต์อวดตัวเองทั้งวัน คนที่เข้าไปในวงสนทนาแล้วดึงทุกเรื่องกลับมาที่ตัวเอง
นั่นไม่ใช่ เสร่อ ที่หนังสือเล่มนี้พูดถึง
นั่นคือเสร่อแบบน่ารำคาญ เสร่อที่ เอาพื้นที่ ของคนอื่น
เสร่อในหนังสือเล่มนี้ หมายถึงสิ่งที่ตรงกันข้ามเกือบทั้งหมด
เสร่อ คือการกล้าเข้าไปอยู่ในพื้นที่ของโอกาส ก่อนที่จะมีใครออกบัตรเชิญให้เรา
มันคือความกล้าที่จะยกมือก่อนจะถูกเรียกชื่อ
ความกล้าที่จะเสนอตัวก่อนจะมีคนขอ
ความกล้าที่จะทักก่อน ชวนก่อน เริ่มก่อน
ความกล้าที่จะพูดว่า ผมสนใจงานนี้ครับ ทั้งที่ยังไม่มีใครประกาศรับ
ความกล้าที่จะเรียกตัวเองว่า นักเขียน ตั้งแต่ก่อนจะมีหนังสือเล่มแรก
คนที่ทำสิ่งเหล่านี้ ในสายตาสังคมไทยมักถูกมองว่า เสร่อ เพราะเขาไม่ยอมรอให้ใครมาอนุญาต
แต่ถ้าคุณสังเกตดีๆ คนที่ไปได้ไกลที่สุดในทุกวงการ ล้วนแล้วแต่มีความเสร่อชนิดนี้ซ่อนอยู่ทั้งนั้น
เสร่อสร้างโอกาส ต่างจากเสร่อน่ารำคาญอย่างไร
เส้นแบ่งอยู่ที่คำถามเดียว
คุณกำลังนำคุณค่าเข้าไป หรือกำลังแย่งพื้นที่ออกมา?
เสร่อแบบน่ารำคาญ = เอาความสนใจ เอาเวลา เอาพื้นที่ของคนอื่นมาใส่ตัวเอง โดยไม่ได้ให้อะไรกลับ
เสร่อแบบสร้างโอกาส = เดินเข้าไปพร้อมกับบางอย่างที่มีประโยชน์ ไอเดีย ความช่วยเหลือ ทางออก มุมมอง หรือแม้แต่แค่ความเต็มใจที่จะรับงานที่ไม่มีใครอยากทำ
คนกลุ่มแรกทำให้คนถอยห่าง
คนกลุ่มหลังทำให้คนอยากมีไว้ใกล้ตัว
ตลอดทั้งเล่ม เราจะกลับมาที่เส้นแบ่งนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก เพราะมันคือหัวใจ การเสร่ออย่างมีชั้นเชิงไม่ใช่การทิ้งมารยาท แต่คือการใช้ความกล้าอย่างมีเป้าหมายและมีความเคารพต่อคนอื่นในเวลาเดียวกัน
ทำไมคนเก่งจำนวนมากจึงไปไม่ถึงไหน
มีความเชื่อหนึ่งที่ฝังหัวคนไทยมาตั้งแต่เด็ก และมันคือความเชื่อที่ทำร้ายคนเก่งมากที่สุด
ทำดีเดี๋ยวคนก็เห็นเอง
ตั้งใจทำงานไปเถอะ ความดีจะพูดแทนเราเอง
อย่าไปเสนอหน้า เดี๋ยวคนจะหมั่นไส้
เก่งจริงไม่ต้องอวด
ฟังดูดี ฟังดูมีคุณธรรม และมันได้ผลจริง ในโลกที่มีคนแค่ไม่กี่คน และทุกคนมองเห็นกันหมด เช่นในหมู่บ้านเล็กๆ ที่ทุกคนรู้ว่าใครขยันใครขี้เกียจ
แต่เราไม่ได้อยู่ในโลกแบบนั้นอีกแล้ว
เราอยู่ในโลกที่มีคนเก่งเป็นล้าน อยู่ในองค์กรที่เจ้านายมีลูกน้องเป็นร้อย อยู่ในตลาดที่มีคนขายของเหมือนคุณอีกเป็นพัน อยู่ในโซเชียลที่มีคอนเทนต์ใหม่เกิดขึ้นทุกวินาที
ในโลกแบบนี้ ความสามารถที่ไม่มีใครเห็น แทบไม่ต่างจากความสามารถที่ไม่มีอยู่จริง
ไม่ใช่เพราะโลกไม่ยุติธรรม แต่เพราะโลกมองไม่ทัน โลกไม่มีเวลาไปขุดหาเพชรที่ซ่อนอยู่ใต้ดิน โลกหยิบเอาสิ่งที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าไปใช้ก่อนเสมอ
คนเก่งจำนวนมากจึงติดอยู่ในกับดักเดียวกัน พวกเขาลงทุนเวลาทั้งหมดไปกับการ ทำให้เก่งขึ้น แต่ไม่เคยลงทุนแม้แต่นิดเดียวกับการ ทำให้คนเห็น
แล้วก็ปลอบใจตัวเองว่า สักวันคงมีคนเห็น
สักวันนั้น สำหรับหลายคน ไม่เคยมาถึง
ทำไมความกล้าบางอย่างจึงถูกเรียกว่า เสร่อ
ลองสังเกตดู เวลาคนคนหนึ่งทำสิ่งที่กล้าแล้ว สำเร็จ เราเรียกเขาว่า มีวิสัยทัศน์ กล้าได้กล้าเสีย ผู้นำ
แต่ถ้าเขาทำสิ่งเดียวกันแล้วยัง ไม่สำเร็จ หรือกำลัง อยู่ระหว่างทาง เราเรียกเขาว่า เสร่อ ทะเยอทะยานเกินตัว ยังไม่ถึงขั้นก็อย่าเพิ่งไปเสนอหน้า
พฤติกรรมเดียวกันเป๊ะ ต่างกันแค่ผลลัพธ์ที่ยังมาไม่ถึง
นี่คือกับดักที่โหดร้ายที่สุด เพราะมันแปลว่า ในช่วงเวลาที่คุณ ต้องการ ความกล้ามากที่สุด คือช่วงที่คุณยังไม่มีอะไรพิสูจน์ตัวเอง นั่นคือช่วงที่สังคมจะตราหน้าคุณว่าเสร่อหนักที่สุด
และคนส่วนใหญ่ก็ยอมแพ้ตรงจุดนี้ พวกเขากลัวคำว่าเสร่อมากกว่ากลัวการอยู่ที่เดิมไปตลอดชีวิต
หนังสือเล่มนี้จะสอนให้คุณเดินผ่านช่วงเวลานั้นไปให้ได้ ช่วงที่ยังไม่มีใครเห็น ยังไม่มีใครเชื่อ ยังไม่มีใครให้โอกาส โดยไม่กลายเป็นคนน่ารำคาญ และโดยไม่ต้องรอให้โลกอนุญาตก่อน
หนังสือเล่มนี้เหมาะกับใคร
- คนเก่งที่ถูกมองข้าม ทำงานดีแต่ไม่เคยได้เครดิต ไม่เคยได้เลื่อน
- คนขี้เกรงใจ ไม่กล้าขอ ไม่กล้าต่อรอง ไม่กล้าปฏิเสธ จนเสียโอกาสไปนับไม่ถ้วน
- คนที่มีของแต่ไม่กล้าขาย มีสินค้า มีบริการ มีความสามารถ แต่รู้สึกผิดทุกครั้งที่ต้องพูดว่ามันดี
- คนที่รอมาทั้งชีวิต รอให้ถึงเวลา รอให้พร้อม รอให้มีคนเห็นค่า
- คนที่กล้าอยู่แล้ว แต่กล้าผิดวิธี เสนอหน้าจนคนเอือม แล้วสงสัยว่าทำไมไม่มีใครชอบ
ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มไหนกลุ่มหนึ่งข้างบน อ่านต่อ
หนังสือเล่มนี้ไม่ได้จะเปลี่ยนคุณให้เป็นคนอื่น ไม่ได้จะสอนให้คุณเสียงดัง ก้าวร้าว หรือเห็นแก่ตัว มันจะสอนให้คุณ ใช้ความกล้าเท่าที่จำเป็น ในจังหวะที่ถูกต้อง เพื่อให้ความสามารถที่คุณมีอยู่แล้ว ได้ทำหน้าที่ของมัน
แบบประเมินเบื้องต้น คุณสุภาพกับชีวิตมากเกินไปหรือเปล่า
ก่อนเริ่มบทแรก ลองตอบคำถาม 12 ข้อนี้ ตอบแค่ ใช่ หรือ ไม่ใช่ กับตัวเองอย่างซื่อสัตย์
- คุณเคยไม่ได้บางสิ่ง เพราะไม่กล้าขอ ทั้งที่รู้ว่าถ้าขอก็อาจได้
- ในที่ประชุม คุณมักมีความคิดในหัว แต่ไม่ได้พูดออกมา แล้วมีคนอื่นพูดสิ่งเดียวกันแทน
- คุณรู้สึกอึดอัดเวลาต้องเล่าให้คนอื่นฟังว่าตัวเองทำอะไรสำเร็จ
- คุณเคยเห็นโอกาส แต่คิดว่า เดี๋ยวคงมีคนเก่งกว่าเราสมัคร แล้วก็ไม่ได้ลอง
- คุณมักเป็นฝ่ายรอให้อีกคนทักก่อน แทบไม่เคยทักก่อนเอง
- คุณเคยลดราคาสินค้า/บริการของตัวเอง เพราะรู้สึกผิดที่จะคิดเต็มราคา
- คุณรู้สึกว่าต้อง เก่งพอ ก่อน ถึงจะกล้าเรียกตัวเองด้วยตำแหน่งที่อยากเป็น
- คุณเก็บผลงาน/โปรเจกต์ไว้ ไม่กล้าเผยแพร่ เพราะรู้สึกว่ามันยังไม่สมบูรณ์
- คุณกลัวการถูกปฏิเสธมากพอที่จะทำให้ไม่ลองตั้งแต่แรก
- คุณเคยยอมรับข้อเสนอที่ไม่เป็นธรรม เพราะไม่กล้าต่อรอง
- คุณมักคิดว่าการเสนอตัวหรือขอโอกาส เป็นเรื่อง ไม่สุภาพ
- คุณเชื่อลึกๆ ว่า ถ้าคุณทำดีมากพอ สักวันคนจะเห็นเอง
นับจำนวน ใช่
- 0–3 ข้อ คุณมีความกล้าเป็นทุนอยู่แล้ว หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้คุณกล้าอย่างมีชั้นเชิงขึ้น (โดยเฉพาะภาคที่ 4)
- 4–7 ข้อ คุณอยู่ตรงกลาง กล้าในบางเรื่อง แต่ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ความเกรงใจกำลังกินโอกาสของคุณไป
- 8–12 ข้อ คุณคือคนที่หนังสือเล่มนี้ตั้งใจเขียนถึงที่สุด คุณไม่ได้ขาดความสามารถ คุณขาดแค่ การอนุญาตตัวเอง ให้กล้าออกมา
ไม่ว่าคุณจะได้กี่ข้อ ผมอยากให้คุณจำตัวเลขนี้ไว้ เพราะตอนจบบทที่ 15 เราจะกลับมาวัดกันอีกครั้ง
และคำเตือนหนึ่งข้อ
ผมสัญญาสามข้อ
หนึ่ง หนังสือเล่มนี้จะไม่มานั่งกอดเข่าปลอบใจคุณว่า ไม่เป็นไรนะ ทุกคนพิเศษในแบบของตัวเอง เพราะถ้าอยากได้แบบนั้น มีคลิปแมวใน TikTok ที่ทำหน้าที่นี้ได้ดีกว่าผมเยอะ
สอง ทุกบทจะมีเรื่องเล่า มีงานวิจัย และมีของให้เอาไปใช้จริงภายใน 24 ชั่วโมง ไม่ใช่แค่ทฤษฎีสวยๆ ที่อ่านจบแล้วรู้สึกฉลาดขึ้น 3 นาที ก่อนจะลืมสนิทตอนล้างจาน
สาม ผมจะพยายามไม่ทำให้คุณง่วง ถ้าตรงไหนน่าเบื่อ ผมอนุญาตให้คุณข้ามได้ (แต่ลึกๆ ผมจะเสียใจนิดหน่อย)
ส่วนคำเตือนข้อเดียว หนังสือเล่มนี้จะไม่เวิร์กเลยแม้แต่นิดเดียว ถ้าคุณอ่านอย่างเดียวแล้วไม่ทำอะไร
พูดจริงๆ นะ ผมเคยเจอคนที่อ่านหนังสือพัฒนาตัวเองมา 47 เล่ม แล้วชีวิตยังอยู่ที่เดิมเป๊ะ เพราะเขาสะสม ความรู้สึกว่ากำลังพัฒนาตัวเอง ไว้เต็มหิ้ง แต่ไม่เคยลงมือสักครั้ง การอ่านหนังสือเรื่องความกล้า แล้วไม่กล้าทำอะไรเลย มันก็เหมือนซื้อชุดออกกำลังกายมาแล้วใส่นอน ดูดีอยู่บ้าน แต่กล้ามไม่ขึ้น
เพราะฉะนั้น ทุกบทท้ายเล่มจะมี แบบฝึกหัด 24 ชั่วโมง อยู่ ไม่ต้องทำครบเป๊ะ ไม่มีใครมาตรวจ ไม่มีดาวให้ติด แต่ทำเถอะครับ เพราะความกล้ามันเป็นของแปลก คุณอ่านเรื่องมันร้อยรอบก็ไม่กล้าขึ้น แต่พอลงมือทำจริงครั้งเดียว มันเปลี่ยนไปเลย
ทีนี้ เราเริ่มกันจริงๆ แล้ว
ประโยคจำของบทนำ: โลกไม่ได้ลงโทษคนที่กล้าเกินไป มันลงโทษคนที่กล้าช้าเกินไปอย่างเงียบๆ ด้วยการมองข้ามพวกเขาไปเรื่อยๆ
ระบบฝึกเสร่อ 30 วัน
ทำภารกิจทีละวัน กดบันทึกผล แล้วดูว่าคุณสะสมความกล้าไปถึงไหนแล้ว ข้อมูลถูกเก็บไว้ในเครื่องของคุณเอง กลับมาทำต่อได้เสมอ
วันที่ 29 วัดผลก่อนและหลัง
กลับไปทำ “แบบประเมินเบื้องต้น 12 ข้อ” จากต้นบทอีกครั้ง แล้วเทียบตัวเลข
| ก่อน 30 วัน | หลัง 30 วัน | |
|---|---|---|
| จำนวนข้อ “ใช่” (จาก 12) | ||
| แต้มความกล้าสะสม | ||
| ครั้งที่กล้าทำสิ่งที่เคยกลัว |
วันที่ 30 สัญญาส่วนตัวฉบับคนเสร่ออย่างมีชั้นเชิง
เติมประโยคเหล่านี้ด้วยคำของตัวเอง แล้วเก็บไว้ที่ที่เห็นทุกวัน
คุณอ่าน “บทนำ” จบแล้ว
คนเก่งที่โลกมองไม่เห็น มีอยู่เต็มไปหมด
หนังสือเล่มนี้ทำให้คุณเป็นคนที่ โลกมองข้ามไม่ได้
บทนำเล่าว่าทำไม “เก่งเงียบ ๆ” ถึงแพ้ “เก่งพอใช้แต่กล้าเสนอหน้า” และทำไมความอายกับการรอคอยถึงเป็นภาษีที่แพงที่สุดในชีวิต
อีก 15 บทจากนี้ คือ ระบบ ที่เปลี่ยนคนเงียบให้กล้าเข้าไปอยู่ในพื้นที่ของโอกาส อย่างมีชั้นเชิง ไม่ใช่หน้าด้าน
สิ่งที่คุณจะ ไม่ เห็นในหน้านี้
ไม่มี “ราคาเต็ม 9,900 ลดเหลือ...”
ไม่มีคอร์สแถม 30 คอร์สกองรวมเพื่อให้ดู “คุ้ม”
ไม่มี Countdown Timer ที่รีเซ็ตทุกวัน
ไม่มี “เหลือ 3 ที่สุดท้าย!” ที่ไม่เคยหมด
เพราะเล่มนี้สอนคุณเรื่อง “การกล้าอย่างมีชั้นเชิง”
ผมจะไม่ใช้กลลวงเร่งรัดกับคุณเอง
ทำไมราคานี้?
เพราะสิ่งที่ความ “ไม่กล้า” แอบขโมยไปจากคุณตลอดหลายปี ตำแหน่งที่ไม่ได้เลื่อน โอกาสที่ไม่ได้พูด ดีลที่ไม่ได้ปิด มันแพงกว่านี้หลายร้อยเท่า
ไม่มีทฤษฎีลอย ๆ มีแต่ระบบที่ลงมือทำได้จริง กลั่นจากจิตวิทยา พฤติกรรมศาสตร์ และเรื่องจริงของคนที่เปลี่ยนจาก “คนเงียบ” เป็น “คนที่ถูกจดจำ”
ปลดล็อกทั้ง 15 บทเต็ม + ภาคผนวก
อ่านได้ตลอดชีพ ไม่มีวันหมดอายุ
วิธีรับ Unlock Code
ชำระผ่านบัตรเครดิต/เดบิต หรือ PromptPay ได้ทันที
🔒 ชำระเงิน 690 บาทหลังชำระเงินสำเร็จ คุณจะได้รับ Unlock Code ในหน้าถัดไป
มี Unlock Code แล้ว?